กวินเน็ธ เคต พัลโทรว์ (อังกฤษ: Gwyneth Kate Paltrow) เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1972 เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน คว้ารางวัลดารานำหญิงลูกโลกทองคำและออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love และยังเคยเป็นนักร้องออกซิงเกิ้ลในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Duets พัลโทรว์ย้ายมาอยู่กับสามี คริส มาร์ติน แห่งวงโคลด์เพลย์ที่สหราชอาณาจักร มีลูกด้วยกันสองคนชื่อ แอปเปิ้ล กับ โมเสส
ประวัติ
พัลโทรว์เป็นลูกสาวของโปรดิวเซอร์ทีวี บรูซ พัลโทรว เติบโตที่นิวยอร์กติดตามพ่อไปงานบันเทิงบ่อยๆ ในปี 2534 จึงเลิกเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตา บาร์บาร่า เพื่อเข้าวงการ ซึ่งทางพ่อแม่อนุญาต
ในปี 2534 นั้นเอง สตีเฟน สปีลเบิร์ก เลือกเธอแสดงบทเวนดี้ สาวของปีเตอร์ แพน ใน Hook ต่อมาได้บทนำในมินิซีรีส์เรื่อง Cruel Doubt และอีกหลายเรื่องในบทตัวประกอบ เช่น Malice 2536 Flesh and Bone 2536 Vicious Circle 2537 Jefferson in Paris 2538 Moonlight and Valentino 2538
กวินเน็ธก็เริ่มเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง Seven ที่เล่นคู่กับ แบรด พิตต์ ปี 2538 ตามด้วย The Pallbearer 2539 Emma 2540 Hard Eight 2540 Hush 2541 และใน The Great Expectation และ Shakespere in Love
DVD แผ่นแท้ ลิขสิทธิ์ถูกต้อง ค่าส่งในประเทศ 40 บาทต่อครั้ง | สั่งซื้อ สอบถาม ไลน์ : suriyaLive
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติดารา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติดารา แสดงบทความทั้งหมด
04 มิถุนายน 2558
07 พฤษภาคม 2558
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ Robert Downey Junior
รอเบิร์ต จอห์น ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert John Downey, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1965 เป็นนักแสดง นักดนตรีชายชาวอเมริกัน
ประวัติ
ดาวนีย์เกิดที่นิวยอร์ก เป็นลูกชายของเอลซี่ และผู้กำกับรอเบิร์ต ดาวนีย์ ซีเนียร์ พ่อของเขาเกิดและใช้นามสกุล อีเลียส และเป็นชาวยิวผสมไอริช แม่ของดาวนีย์เป็นชาวเยอรมันผสมสก็อตทิช ดาวนีย์อ้างว่าตัวเขาเป็นลูกครึ่งยิว เขาเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในหนังของพ่อเขาเอง เรื่อง POUND (1970) แสดงเป็นลูกสุนัข เขามีผลงานภาพยนตร์เล็กๆ หลายเรื่อง พออายุได้ 20 ปี มีผลงานร่วมกับ Saturday Night Live แต่ว่าปรากฏตัวอยู่ในช่วงฤดูเดียว เขาไปเป็นดาราในสังกัด The Pick-up Artist ในปี 1987 เขาแสดงในหนังเรื่อง Less Than Zero ในปี 1992 ดาวนีย์ได้แสดงเป็นชาร์ลีย์ แชปลิน ในเรื่อง Chaplin และจากบทบาทนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากนั้นก็มีผลงานอื่น อย่าง Only You , Natural Born Killers และบทนำในเรื่อง Restoration, การดัดแปลงภาพยนตร์ของ Rose Tremain
ในปี 2000 เขามีส่วนร่วมในซีรีส์โทรทัศน์เรื่องAlly McBeal เขาได้รับรางวัลชนะเลิศจาก รางวัลลูกโลกทองคำ จากรายการโชว์ของเขา และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมี่ อวอร์ดอีกด้วย เขายังได้ปรากฏผลงานทางด้านการเขียนและการเป็นนักร้องใน Ally McBeal ในตอนอัลบั้มในชีวิตของฉันและการร้องเพลงคู่กับ Sting รายการ Every Breath You Take ในปี 1983
เขาแสดงในมิวสิกวิดีโอเพลง "I Want Love" ของเอลตัน จอห์นในปี 2001 ต่อมาในปี 2004 เขาออกผลงานเพลงชุด "The Futurist" ซึ่งเขาได้ออกแบบปกอัลบั้มเอง เขาได้รับเชิญให้ไปเปิดงาน Duran Duran ในปี 2005
เขากลับมาเล่นภาพยนตร์อีกครั้ง มีผลงานเรื่อง Kiss Kiss, Bang Bang และ Good Night, and Good Luck , A Scanner Darkly, Zodiac, The Shaggy Dog Fur ไอรอน แมน ดาราประจัญบาน ท.ทหารจำเป็น และในปี ค.ศ. 2009 เขาได้แสดงเป็นเชอร์ล็อก โฮมส์ ใน[[เชอร์ล็อก โฮมส์ ตอนดับแผนพิฆาตโลก (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2009) และเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ในตอน เกมพญายมเงามรณะ (อังกฤษ: Sherlock Holmes: A Game of Shadows)(ภาพยนตร์ ค.ศ. 2011)|ภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน]] ร่วมกับจู๊ด ลอว์ และยังได้รับบทเป็น เชอร์ล็อก โฮมส์ , The Avengers (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2012) และล่าสุดได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องIron man 3 (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2013)
Back to School (1986)
The Pick-Up Artist (1987)
Less Than Zero (1987)
Johnny Be Good (1988)
Chances Are (1989)
Air America (1990)
Soapdish (1991)
Chaplin (1992)
Heart and Souls (1993)
Short Cuts (1993)
Hail Caesar (1994)
Natural Born Killers (1994)
Only You (1994)
Restoration (1995)
Richard III (1995)
One Night Stand (1997)
Two Girls and a Guy (1997)
U.S. Marshals (1998)
Friends & Lovers (1999)
Black and White (1999)
The Singing Detective (2003)
Gothika (2003)
Kiss Kiss Bang Bang (2005)
Good Night, and Good Luck (2005)
The Shaggy Dog (2006)
A Scanner Darkly (2006)
A Guide to Recognizing Your Saints (2006)
Zodiac (2007)
Charlie Bartlett (2008)
Iron Man (2008)
Tropic Thunder (2008)
The Soloist (2009)
Sherlock Holmes (2009)
Iron Man 2 (2010)
Due Date (2010)
Sherlock Holmes: A Game of Shadows (2011)
The Avengers (2012)
Iron Man 3 (2013)
The Judge (2014)
Avengers: Age of Ultron (2015)
Captain America: Civil War (2016)
ประวัติ
ดาวนีย์เกิดที่นิวยอร์ก เป็นลูกชายของเอลซี่ และผู้กำกับรอเบิร์ต ดาวนีย์ ซีเนียร์ พ่อของเขาเกิดและใช้นามสกุล อีเลียส และเป็นชาวยิวผสมไอริช แม่ของดาวนีย์เป็นชาวเยอรมันผสมสก็อตทิช ดาวนีย์อ้างว่าตัวเขาเป็นลูกครึ่งยิว เขาเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในหนังของพ่อเขาเอง เรื่อง POUND (1970) แสดงเป็นลูกสุนัข เขามีผลงานภาพยนตร์เล็กๆ หลายเรื่อง พออายุได้ 20 ปี มีผลงานร่วมกับ Saturday Night Live แต่ว่าปรากฏตัวอยู่ในช่วงฤดูเดียว เขาไปเป็นดาราในสังกัด The Pick-up Artist ในปี 1987 เขาแสดงในหนังเรื่อง Less Than Zero ในปี 1992 ดาวนีย์ได้แสดงเป็นชาร์ลีย์ แชปลิน ในเรื่อง Chaplin และจากบทบาทนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากนั้นก็มีผลงานอื่น อย่าง Only You , Natural Born Killers และบทนำในเรื่อง Restoration, การดัดแปลงภาพยนตร์ของ Rose Tremain
ในปี 2000 เขามีส่วนร่วมในซีรีส์โทรทัศน์เรื่องAlly McBeal เขาได้รับรางวัลชนะเลิศจาก รางวัลลูกโลกทองคำ จากรายการโชว์ของเขา และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมี่ อวอร์ดอีกด้วย เขายังได้ปรากฏผลงานทางด้านการเขียนและการเป็นนักร้องใน Ally McBeal ในตอนอัลบั้มในชีวิตของฉันและการร้องเพลงคู่กับ Sting รายการ Every Breath You Take ในปี 1983เขาแสดงในมิวสิกวิดีโอเพลง "I Want Love" ของเอลตัน จอห์นในปี 2001 ต่อมาในปี 2004 เขาออกผลงานเพลงชุด "The Futurist" ซึ่งเขาได้ออกแบบปกอัลบั้มเอง เขาได้รับเชิญให้ไปเปิดงาน Duran Duran ในปี 2005
เขากลับมาเล่นภาพยนตร์อีกครั้ง มีผลงานเรื่อง Kiss Kiss, Bang Bang และ Good Night, and Good Luck , A Scanner Darkly, Zodiac, The Shaggy Dog Fur ไอรอน แมน ดาราประจัญบาน ท.ทหารจำเป็น และในปี ค.ศ. 2009 เขาได้แสดงเป็นเชอร์ล็อก โฮมส์ ใน[[เชอร์ล็อก โฮมส์ ตอนดับแผนพิฆาตโลก (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2009) และเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ในตอน เกมพญายมเงามรณะ (อังกฤษ: Sherlock Holmes: A Game of Shadows)(ภาพยนตร์ ค.ศ. 2011)|ภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน]] ร่วมกับจู๊ด ลอว์ และยังได้รับบทเป็น เชอร์ล็อก โฮมส์ , The Avengers (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2012) และล่าสุดได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องIron man 3 (ภาพยนตร์ ค.ศ. 2013)
หนังที่แสดง
Weird Science (1985)Back to School (1986)
The Pick-Up Artist (1987)
Less Than Zero (1987)
Johnny Be Good (1988)
Chances Are (1989)
Air America (1990)
Soapdish (1991)
Chaplin (1992)
Heart and Souls (1993)
Short Cuts (1993)
Hail Caesar (1994)
Natural Born Killers (1994)
Only You (1994)
Restoration (1995)
Richard III (1995)
One Night Stand (1997)
Two Girls and a Guy (1997)
U.S. Marshals (1998)
Friends & Lovers (1999)
Black and White (1999)
The Singing Detective (2003)
Gothika (2003)
Kiss Kiss Bang Bang (2005)
Good Night, and Good Luck (2005)
The Shaggy Dog (2006)
A Scanner Darkly (2006)
A Guide to Recognizing Your Saints (2006)
Zodiac (2007)
Charlie Bartlett (2008)
Iron Man (2008)
Tropic Thunder (2008)
The Soloist (2009)
Sherlock Holmes (2009)
Iron Man 2 (2010)
Due Date (2010)
Sherlock Holmes: A Game of Shadows (2011)
The Avengers (2012)
Iron Man 3 (2013)
The Judge (2014)
Avengers: Age of Ultron (2015)
Captain America: Civil War (2016)
08 เมษายน 2558
ซง จี ฮโย Song Ji-hyo Korea Star Profile
ซง จี-ฮโย (เกาหลี: ; อักษรโรมัน: Song Ji-hyo) นักแสดงและพิธีกรชาวเกาหลีใต้ โด่งดังมาจากเรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ในบทบาทของนักบัลเล่ต์หญิง มิน โฮริน และ ภรรยายคนแรกของจูมง ยีโซยา (Yesoya) ใน จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ และตอนนี้เธอเป็นสมาชิกถาวรในรายการเรียลวาไรตี้ รันนิ่งแมน หลังจากปรากฏตัวในตอนที่ 2 ร่วมกับ Yoo Jae Suk(ยู แจซอก), Ji Suk Jin(จี ซอกจิน), Kim Jong Kook(คิม จงกุก), Kang Hee-gun/Gary(แกรี่) (LeeSsang), Ha Dong Hoon(ฮาฮา/ฮาดงฮุน)and Lee Kwang Soo(อี กวางซู)
ซง จี-ฮโย เป็นนักแสดงชาวเกาหลีแม่ของเธอชื่อ ปาร์ค ควี จา ซงจี-ฮโยเริ่มเข้าวงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบ ให้กับนิตยสาร Kiki ในปี 2001 หลังจากนั้นเธอก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา โดยผ่านงานมาแล้วมากมายอาทิ GM DAEWOO (Kalos) , LG Telecom (Khai) , Shiseido , Natuur , Hite , Daum และ Lotreria นอกจากงานโฆษณาแล้วนั้น ซงจี-ฮโย ก็เคยมีผลงานมิวสิกวีดีโอให้กับสองนักร้องยอดนิยมของคนเกาหลี อย่าง J.T.L. และ Lee Soo Young มาแล้วอีกด้วย
ซงจี-ฮโยเริ่มมีผลงานการแสดงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2003 ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง Wishing Stairs ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ ซงจี-ฮโยต้องมารับบทเป็นยุนจีซอง นักเรียนบัลเล่ต์ปี 2 ในโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ที่เกิดความผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อเพื่อนสนิทของเธอคิมโซฮี (รับบทโดยปาร์ค ฮันบยอล) กำลังจะได้รับบทนำในละครเวที ที่จีซอง หวังจะได้เล่นในละครเวทีเรื่องนี้เช่นกัน จีซอง จึงได้ไปขอพรกับบันได ที่ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณอันชั่วร้าย เพื่อให้เธอได้รับบทนำในละครเรื่องนี้แทนโซฮีเพื่อนสนิทของเธอ
ปี 2004 ซงจี-ฮโยกลับมารับงานภาพยนตร์แนว Action , Thriller เรื่อง Some ผลงานการกำกับของจางยุนฮย็อน ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง Tell Me Something และ The Contact โดยภาพยนตร์เรื่อง Some เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมง แล้วซงจี-ฮโยต้องมารับบทเป็นยูจิน นักข่าวสาวที่เข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดรายหนึ่ง ซึ่งเงินของกลางที่ใช้ในการซื้อยาเสพติดมูลค่า 10 ล้านได้สาบสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งนักสืบซองจู (รับบทโดยโคซู) ซึ่งดูแลคดีนี้อยู่ได้มาพบกับยูจิน เขาจำไม่ได้ว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน แต่ที่เขารู้ตอนนี้ก็คือเธอเป็นกุญแจสำคัญของคดี ในขณะเดียวกันยูจินก็เกิดลางสังหรณ์แปลกๆขึ้นว่า นักสืบซองจูกำลังจะตายภายใน 24 ชั่วโมงที่กำลังจะถึงนี้
หลังจากนั้นซงจี-ฮโยก็พักงานแสดงไป 1 ปีเต็ม แล้วกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง ในปี 2006 กับผลงานละครเรื่องแรกของเธอ ในละครเรื่อง Princess Hours ทางช่อง MBC ในละครเรื่องนี้ซงจี-ฮโยต้องรับบทเป็นมินฮโยริน หญิงสาวที่รักการเต้นบัลเล่ต์เป็นชีวิตจิตใจ จนยอมทิ้งทุกสิ่งแม้กระทั่งความรัก จากการแสดงในละครเรื่องนี้ ทำให้เธอได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นนักแสดงที่เล่นได้หลากหลายบุคลิก ปลายปีเดียวกันซงจี-ฮโยก็มีโอกาสได้ร่วมงานละครสุดยิ่งใหญ่ ของทางช่อง MBC ในละครเรื่อง Jumong โดยเธอจะได้รับบทเป็นภรรยาคนแรกของจูมง ผู้ให้กำเนิดลูกคนแรกของจูมงที่ชื่อยูรี ในละครเรื่องนี้ซงจี-ฮโยต้องพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถทางด้านการแสดง ที่ดีอีกครั้งหนึ่งของเธอ
ล่าสุดซงจี-ฮโยกำลังมีโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ Yoga Academy ร่วมกับผู้กำกับยูน แจยอง หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ในภาพยนตร์เรื่อง Wishing Stairs เมื่อปี 2003 แฟนคลับของเธอคงต้องตามดูกันต่อไปว่า ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเธอ จะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด
ละคร
หนัง
ซง จี-ฮโย เป็นนักแสดงชาวเกาหลีแม่ของเธอชื่อ ปาร์ค ควี จา ซงจี-ฮโยเริ่มเข้าวงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบ ให้กับนิตยสาร Kiki ในปี 2001 หลังจากนั้นเธอก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา โดยผ่านงานมาแล้วมากมายอาทิ GM DAEWOO (Kalos) , LG Telecom (Khai) , Shiseido , Natuur , Hite , Daum และ Lotreria นอกจากงานโฆษณาแล้วนั้น ซงจี-ฮโย ก็เคยมีผลงานมิวสิกวีดีโอให้กับสองนักร้องยอดนิยมของคนเกาหลี อย่าง J.T.L. และ Lee Soo Young มาแล้วอีกด้วย
ซงจี-ฮโยเริ่มมีผลงานการแสดงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2003 ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง Wishing Stairs ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ ซงจี-ฮโยต้องมารับบทเป็นยุนจีซอง นักเรียนบัลเล่ต์ปี 2 ในโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ที่เกิดความผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อเพื่อนสนิทของเธอคิมโซฮี (รับบทโดยปาร์ค ฮันบยอล) กำลังจะได้รับบทนำในละครเวที ที่จีซอง หวังจะได้เล่นในละครเวทีเรื่องนี้เช่นกัน จีซอง จึงได้ไปขอพรกับบันได ที่ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณอันชั่วร้าย เพื่อให้เธอได้รับบทนำในละครเรื่องนี้แทนโซฮีเพื่อนสนิทของเธอ
ปี 2004 ซงจี-ฮโยกลับมารับงานภาพยนตร์แนว Action , Thriller เรื่อง Some ผลงานการกำกับของจางยุนฮย็อน ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง Tell Me Something และ The Contact โดยภาพยนตร์เรื่อง Some เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมง แล้วซงจี-ฮโยต้องมารับบทเป็นยูจิน นักข่าวสาวที่เข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดรายหนึ่ง ซึ่งเงินของกลางที่ใช้ในการซื้อยาเสพติดมูลค่า 10 ล้านได้สาบสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งนักสืบซองจู (รับบทโดยโคซู) ซึ่งดูแลคดีนี้อยู่ได้มาพบกับยูจิน เขาจำไม่ได้ว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน แต่ที่เขารู้ตอนนี้ก็คือเธอเป็นกุญแจสำคัญของคดี ในขณะเดียวกันยูจินก็เกิดลางสังหรณ์แปลกๆขึ้นว่า นักสืบซองจูกำลังจะตายภายใน 24 ชั่วโมงที่กำลังจะถึงนี้
หลังจากนั้นซงจี-ฮโยก็พักงานแสดงไป 1 ปีเต็ม แล้วกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง ในปี 2006 กับผลงานละครเรื่องแรกของเธอ ในละครเรื่อง Princess Hours ทางช่อง MBC ในละครเรื่องนี้ซงจี-ฮโยต้องรับบทเป็นมินฮโยริน หญิงสาวที่รักการเต้นบัลเล่ต์เป็นชีวิตจิตใจ จนยอมทิ้งทุกสิ่งแม้กระทั่งความรัก จากการแสดงในละครเรื่องนี้ ทำให้เธอได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นนักแสดงที่เล่นได้หลากหลายบุคลิก ปลายปีเดียวกันซงจี-ฮโยก็มีโอกาสได้ร่วมงานละครสุดยิ่งใหญ่ ของทางช่อง MBC ในละครเรื่อง Jumong โดยเธอจะได้รับบทเป็นภรรยาคนแรกของจูมง ผู้ให้กำเนิดลูกคนแรกของจูมงที่ชื่อยูรี ในละครเรื่องนี้ซงจี-ฮโยต้องพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถทางด้านการแสดง ที่ดีอีกครั้งหนึ่งของเธอ
ล่าสุดซงจี-ฮโยกำลังมีโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ Yoga Academy ร่วมกับผู้กำกับยูน แจยอง หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ในภาพยนตร์เรื่อง Wishing Stairs เมื่อปี 2003 แฟนคลับของเธอคงต้องตามดูกันต่อไปว่า ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเธอ จะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด
ละคร
| เริ่มต้น | ช่อง | เรื่อง | ตัวละคร | บทบาท |
| July 03, 2002 | SBS | รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ/Age of Innocence | Min-jung | ฉากไปรับรูป ตอนที่ 16 |
| January 11, 2006 | MBC | เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา/Princess Hours | Min Hyo-rin | นางร้าย |
| May 15, 2006 | MBC | จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์/The Book of Three Han | Lady Yesoya | นางรอง |
| March 7, 2011 | KBS2 | Crime Squad | Jo Min Joo | นางเอก |
| July 23, 2011 | MBC | Gye Baek | Eun Go | นางเอก |
| April 24, 2013 | KBS2 | The Fugitive of Joseon | Hong Da-in | นางเอก |
| January 24, 2014 | tvN | Emergency Man and Woman | Oh Jin-hee | นางเอก |
| May, 2015 | tvN | Ex-Girlfriend Club | Kim Soo Jin | นางเอก |
หนัง
- พ.ศ. 2546 (2003) บันไดซ่อนผี/Wishing Stairs Jin Sung
- พ.ศ. 2547 (2004) Some Seo Yoo Jin
- พ.ศ. 2549 (2006) Yoga Class Han Jae-Joon
- พ.ศ. 2550 (2007) ขบวนการปิ๊ดปี้ปิ๊ด 2 แผนแอ้มน้องใหม่หัวใจสะเทิ้น /Sex Is Zero 2 Kyeong-ah
- พ.ศ. 2551 (2008) อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้/A Frozen Flower/ Queen
- พ.ศ. 2554 (2011) Late Blossom / Kim Yeon Ah
- พ.ศ. 2555 (2012) Jackal is Coming / Min jung
- พ.ศ. 2556 (2013) The New World / Detective
- พ.ศ. 2556 (2013) Maritime Police Marco /Lulu (พากษ์)
- พ.ศ. 2557 (2014) 708090 / Duan Yu Rong (ภ.จีน)
15 มกราคม 2558
มาริโอ้ เมาเร่อ Mario Maurer Profile
![]() |
| สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก |
จนในปี 2550 มีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง รักแห่งสยาม ซึ่งจากบทบาท "โต้ง" ใน รักแห่งสยาม นี้ มาริโอ้ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากนิตยสารสตาร์พิกส์ รับรางวัลจากเทศกาลหนังซีเนมะนิลา ที่จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจาก รางวัลเอเชียนฟิล์ม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และรางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ครั้งที่ 6 ในสาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม
![]() |
| จันดารา ปฐมบท |
ปี 2556 มาริโอ้มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระโขนง ซึ่งรับบทเป็น "พี่มาก" แสดงคู่กับดาวิกา โฮร์เน่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จทั้งรายได้กลายเป็นภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของประเทศไทย
หนัง
- พ.ศ. 2550 รักแห่งสยาม โต้ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของมาริโอ้
- พ.ศ. 2551 เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน สิงหา
- พ.ศ. 2551 ฝัน-หวาน-อาย-จูบ หมี ตอน "จูบ"
- พ.ศ. 2552 บุปผาราตรี 3.1
- พ.ศ. 2552 บุปผาราตรี 3.2 หรั่ง
- พ.ศ. 2553 สาระแนสิบล้อ เอก
- พ.ศ. 2553 สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก โชน
- พ.ศ. 2553 ชั่วฟ้าดินสลาย องครักษ์ นักแสดงรับเชิญ
- พ.ศ. 2553 ชิงหมาเถิด (The Dog) อาร์ท
- พ.ศ. 2553 สาระแนเห็นผี โด้
- พ.ศ. 2554 อุโมงค์ผาเมือง อานนทภิกขุ
- พ.ศ. 2554 บางกอกกังฟู นา
- พ.ศ. 2555 เพื่อนกันจนวันตาย กัน
- พ.ศ. 2555 Love on That Day นักมวยหนุ่มที่มาพบรัก ภาพยนตร์จีน
- พ.ศ. 2555 จัน ดารา ปฐมบท จัน วิสนันท์ (จัน ดารา)
- พ.ศ. 2555 รักสุดทีน เอกชัย (ถึงใจ)
- พ.ศ. 2555 Suddenly It's Magic Marcus Hanson ภาพยนตร์ฟิลิปปินส์
- พ.ศ. 2556 จัน ดารา ปัจฉิมบท จัน วิสนันท์ (จัน ดารา)
- พ.ศ. 2556 มหัศจรรย์รักกับสิ่งเล็กๆ มาร์คัส แฮนสัน ภาพยนตร์ฟิลิปปินส์ เข้าฉายในไทย
- พ.ศ. 2556 พี่มากพระโขนง พี่มาก (พี่มาร์ค)
ละคร
- 2551 หมู่ 7 เด็ดสะระตี่ บัน ช่อง 7 สี พระเอกเรื่องแรก
- 2551 กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ก้านยม (ก้าน) ช่อง 7 สี พระเอก
- 2553 ใต้ฟ้าตะวันเดียว คิม มินโฮ ช่อง 9 อ.ส.ม.ท พระเอก
- 2554 เพลิงทระนง เพลิงฤทธิ์ ช่อง 3 พระเอก
- 2555 รักเกิดในตลาดสด ปารเมศ (ต๋อง) ช่อง 3 พระเอก
- 2556 มาดามดัน เน็กซ์ ช่อง 3 พระเอก
- 2557 รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ทาเคชิ โอนิซึกะ ช่อง 3 พระเอก
- 2557 รอยฝันตะวันเดือด ช่อง 3 พระเอก
- 2558 สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ธรรณธร ช่อง 3 รอเปิดกล้อง
15 พฤศจิกายน 2557
เคอานู รีฟส์ Keanu Reeves Profile
เคอานู ชาลส์ รีฟส์ (อังกฤษ: Keanu Charles Reeves) /iconkeɪˈɑːnuː/ kay-ah-noo; เกิดเมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) ใน กรุงเบรุต, ประเทศเลบานอน แม่ของเขาเป็นชาวอังกฤษ พ่อของเขาเป็นชาวอเมริกันที่มีเชื้อสายฮาวาย จีน โปรตุเกส และอังกฤษ ปัจจุบันรีฟส์ทำงานในสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถือสัญชาติแคนาดา ทั้ง ๆ ที่สามารถเลือกสัญชาติได้สามแบบคือ อเมริกันตามพ่อ หรืออังกฤษตามแม่ หรือแคนาดาตามถิ่นที่อยู่ แต่รีฟส์เลือกแคนาดาเพราะเป็นประเทศที่เขาเติบโตและเริ่มอาชีพนักแสดง นอกจากนั้นเขายังเล่นกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งได้คล่องแคล่ว และเป็นผู้เล่น MVP ของทีมสมัยเมื่ออยู่ที่โรงเรียนมัธยม
ชื่อ เคอานู หมายถึง ลมเย็นที่พัดเหนือภูเขาในภาษาฮาวาเอียน แต่ความหมายลึก ๆ ก็คือคนที่ซาบซึ้งในพระเจ้า เขามีน้องสาวชื่อ คิม (Kim) อาศัยอยู่ในเมือง Capri ประเทศอิตาลี
ประวัติ
เขาได้รับบทเป็นตัวละครหลักในภาพยนตร์เรื่อง Youngblood เกี่ยวกับฮอกกี้น้ำแข็งเป็นเรื่องแรกในปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) เริ่มเป็นที่สังเกตของนักวิจารณ์หนังจากเรื่อง River's Edge ในปีเดียวกัน หนังเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องแรกคือเรื่อง Bill & Ted's Excellent Adventure แต่โชคร้ายที่ภาพเด็กหนุ่มซื่อๆในเรื่องนั้นติดตัวเขาตามสื่อต่าง ๆ ที่เขียนในเวลาต่อมา
บทบาทที่เขาแสดงในหนังมีค่อนข้างหลากหลายทั้งจากหนังอินดี้ อย่างเช่น "My Own Private Idaho" หรือหนังเรื่องที่ทำให้เขาโด่งดังอย่างเช่นเรื่อง "The Matrix Reloaded"/"The Matrix Revolutions"/"Constantine"และ"Speed"
ชื่อจริงของเขาคือ เคอานู ชาร์ล รีฟส์ มีน้องสาวคนหนึ่งชื่อ คิม รีฟส์ และน้องสาวต่างพ่ออีกคนหนึ่งชื่อ คารินา มิลเลอร์ซึ่งเกิดกับนายโรเบิร์ต มิลเลอร์ พ่อเลี้ยงคนที่3
รัสเซล โครว์ Russell Ira Crowe Profile
รัสเซล ไอรา โครว์ (อังกฤษ: Russell Ira Crowe) เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1964[1] นักแสดงชาวนิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย เจ้าของรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ในปี 2000
ประวัติ
รัสเซล โครว์เกิดที่เวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นบุตรชายของ John Alexander Crowe และ Jocelyn Yvonne ต่อมาเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียเมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อของเขามีอาชีพรับจัดเตรียมฉากภาพยนตร์ เขาเริ่มการแสดงเมื่ออายุได้ 6 ขวบ มีผลงานทางโทรทัศน์ในออสเตรเลียอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งอายุ 25 ปีจึงได้รับบทนำ บทบาทการแสดงของโครว์ที่โดดเด่นที่สุดงานหนึ่งคือบท ฮานโด้ ใน Romper Stomper
ในปี 1997 เขาแสดงในภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเวทีออสการ์เรื่อง L.A. Confidential เป็นผลทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้น จากบท บัด ไวท์ จนถึงในเรื่อง The Insider ที่เขารับบท เจฟฟรีย์ วิกันด์ ผู้เปิดโปงความลับของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่แสดงร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อัล ปาชิโน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม
ต่อมาในภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ในปี 2000 ซึ่งโครว์ได้รับบทเป็น แม็กซิมัส เป็นเรื่องแรกของโครว์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเวทีออสการ์มาครองได้ ต่อมาในปี 2002 ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง ผู้ชายหลายมิติ ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมทั้งจากเวทีรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลบาฟต้า
ในปี 2007 เขาได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง American Gangster โดยผู้กำกับ ริดลี่ย์ สก็อตต์ เขาได้แสดงร่วมกับดารารางวัลออสการ์อย่าง เดนเซล วอชิงตัน
ชีวิตส่วนตัว
โครว์ยังตกเป็นข่าวซุบซิบว่า มีความสัมพันธ์กับ เม็ก ไรอัน ส่วนกิจกรรมยามว่าง โครว์มีความสุขกับการขับมอเตอร์ไซค์ไปกับเพื่อน ๆ เป็นระยะทางถึง 4000 ไมล์ทั่วออสเตรเลีย นอกจากนี้เขายังมีวงดนตรี ที่ชื่อว่า 30 Odd Foot of Grunts อีกด้วย และเคยได้แสดงโชว์ในงาน เอ็มทีวี ออสเตรเลีย วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดสแล้ว
ประวัติ
รัสเซล โครว์เกิดที่เวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นบุตรชายของ John Alexander Crowe และ Jocelyn Yvonne ต่อมาเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียเมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อของเขามีอาชีพรับจัดเตรียมฉากภาพยนตร์ เขาเริ่มการแสดงเมื่ออายุได้ 6 ขวบ มีผลงานทางโทรทัศน์ในออสเตรเลียอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งอายุ 25 ปีจึงได้รับบทนำ บทบาทการแสดงของโครว์ที่โดดเด่นที่สุดงานหนึ่งคือบท ฮานโด้ ใน Romper Stomper
ในปี 1997 เขาแสดงในภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเวทีออสการ์เรื่อง L.A. Confidential เป็นผลทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้น จากบท บัด ไวท์ จนถึงในเรื่อง The Insider ที่เขารับบท เจฟฟรีย์ วิกันด์ ผู้เปิดโปงความลับของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่แสดงร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อัล ปาชิโน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม
ต่อมาในภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ในปี 2000 ซึ่งโครว์ได้รับบทเป็น แม็กซิมัส เป็นเรื่องแรกของโครว์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเวทีออสการ์มาครองได้ ต่อมาในปี 2002 ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง ผู้ชายหลายมิติ ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมทั้งจากเวทีรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลบาฟต้า
ในปี 2007 เขาได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง American Gangster โดยผู้กำกับ ริดลี่ย์ สก็อตต์ เขาได้แสดงร่วมกับดารารางวัลออสการ์อย่าง เดนเซล วอชิงตัน
ชีวิตส่วนตัว
โครว์ยังตกเป็นข่าวซุบซิบว่า มีความสัมพันธ์กับ เม็ก ไรอัน ส่วนกิจกรรมยามว่าง โครว์มีความสุขกับการขับมอเตอร์ไซค์ไปกับเพื่อน ๆ เป็นระยะทางถึง 4000 ไมล์ทั่วออสเตรเลีย นอกจากนี้เขายังมีวงดนตรี ที่ชื่อว่า 30 Odd Foot of Grunts อีกด้วย และเคยได้แสดงโชว์ในงาน เอ็มทีวี ออสเตรเลีย วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดสแล้ว
26 มีนาคม 2554
พชร จิราธิวัฒน์ | pachorn jirathiwat peach star profile
พชร จิราธิวัฒน์ (ชื่อเล่น: พีช) เป็นนักแสดงชาวไทยที่มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก Suck seed ห่วยขั้นเทพ โดยรับบท คุ้ง และ เค พี่น้องฝาแฝดที่มีใจรักดนตรี
พชรเป็นลูกชายคนกลางของธีรยุทธ์ จิราธิวัฒน์ และหลานปู่ของสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารเครือเซ็นทรัล ส่วนมารดาเป็นเจ้าของธุรกิจเพชร ไดมอนด์ ทูเดย์ พีชมีพี่สาว 1 คน และน้องสาว 1 คน จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าศึกษาในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จิรายุ ละอองมณี | jirayuth laongmanee star profile
จิรายุ ละอองมณี (ชื่อเล่น: เก้า) เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2538 นักแสดงชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นจากการแสดงภาพยนตร์โดยรับบท บุญทิ้ง (ออกพระราชมนู วัยเด็ก) ในภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ องค์ประกันหงสา, รับบท โต้ง (วัยเด็ก) ในเรื่อง รักแห่งสยาม และ เป้ ในเรื่อง ห้าแพร่ง
จิรายุเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ที่จังหวัดระยอง เมื่ออายุได้ 3 เดือน จึงเข้ามาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และเข้าศึกษาที่โรงเรียนอมาตยกุล คุณยายของเก้าเป็นลูกครึ่งมีเชื้อสายออสเตรเลียน-ไทย[ต้องการอ้างอิง] เก้าเริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 5 ปี มีผลงานละครโทรทัศน์เรื่อง ผีขี้เหงา, หลวงตา, เทวดาเดินดิน, แม่เลี้ยงคนใหม่, ปิ่นไพร, บ้านสีขาวกับดาวดวงเดิม, เทพสามฤดู, แก้วตาพี่, พริกไทยกับใบข้าว และเคยออกผลงานเพลงกับเพื่อนๆ ในชื่อ ไอดี คิดส์
จิรายุได้รับเสนอชื่อเข้าชิงคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 7 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสาขาภาพยนตร์ จากภาพยนตร์เรื่อง ห้าแพร่ง แต่ไม่ได้รับรางวัล ปัจจุบันจิรายุเซ็นสัญญากับโพลีพลัส
17 ตุลาคม 2553
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม Ananda Everingham | star profile actor information
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม (อังกฤษ: Ananda Everingham) เกิดเมื่อ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 พระเอกลูกครึ่ง ออสเตรเลีย-ลาว เข้าวงการเมื่ออายุ 14 ปี โดยคำชักชวนของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กับภาพยนตร์เรื่องแรก อันดากับฟ้าใส ร่วมแสดงกับนักแสดงชั้นนำ อย่างพงษ์พัฒน์, นก สินจัย หลังจากนั้นได้หายหน้าจากวงการไปพักใหญ่ และได้กลับมาอีกครั้งกับละคร เรื่องทะเลฤๅอิ่ม ของหม่อมน้อย หลังจากนั้นก็มีผลงานการแสดงเรื่อยมา จนในปี พ.ศ. 2547 อนันดาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผลงานบันเทิงยอดเยี่ยมประจำปี 2547 หรือ สตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2004 จากเรื่องชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ [1] และจากภาพยนตร์เรื่อง Me Myself อนันดาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 6 สถาบัน ในช่วงระหว่างปี 2550 - 2551 อนันดามีผลงานการแสดงภาพยนตร์ถึง 10 เรื่อง และในปี พ.ศ. 2552 อนันดากวาดรางวัลด้านการแสดงในสาขานักแสดงนำจาก 4 สถาบัน จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง แฮปปี้เบิร์ธเดย์
ทางด้านธุรกิจ ได้ร่วมทำธุรกิจกับ ตั้งบริษัท เฮโล โปรดักชั่น รับทำงานอีเวนต์เกี่ยวกับงานศิลปะ อีกทั้งยังเคยมีธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับกึ่งรีสอร์ตที่เกาะเสม็ด (ปิดไปแล้ว) อนันดายังได้ร่วมลงทุน รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ และยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโฆษณาจักรยานยนต์ ซูซูกิ รุ่น “มาโช โชกุน 125” และเป๊ปซี่แม็กซ์
28 กันยายน 2553
จุ๊น กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข ประวัติดารา | Jun kittikun samritpunsuk actor profile
จุ๊น กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข
ชื่อ - สกุล: กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข
ชื่อเล่น จุ๊น
วันเกิด: 4 ตุลาคม 2528
ส่วนสูง:175 ซม.
น้ำหนัก:75 กก
การศึกษา
ปี 2 มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ คณะนิตศาสตร์
ปี1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ ภาคพิเศษ
ผลงานที่ผ่านมา
มิวสิควิดีโอเพลง ทำอะไรสักอย่าง ของป้าง
มิวสิควิดีโอเพลงmissed callห ซินญอริต้า
มิวสิควิดีโอเพลงพูดดังๆ Zita
ละครเรื่อง ขบวนการปิ๊ด ปี้ ปิ๊ด
กุหลาบตัดเพชร
เดอะกิ๊ก(2006) ...ใหญ่
ละคร เรื่อง หุบเขากินคน รับบทเป็น อัชฌา
ละคร เรื่อง ชมพู่แก้มแหม่ม รับบทเป็น อาคม
ละคร เรื่อง หาบของแม่ รับบทเป็น ไวภพ
แสดง ละคร เรื่อง บันทึกกรรม รับบทเป็น -
จาก
- http://club.zubzip.com/?jun
28 สิงหาคม 2553
หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ
หนึ่งธิดา โสภณ (ชื่อเล่น หนูนา) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 สูง 160 ซม. หนัก 44 ก.ก. เป็นนักแสดงชาวไทย จบการศึกษาระดับประภมศึกษาจากโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีวิทยา แผนภาษาอังกฤษ - จีน มีผลงานละครเรื่องแรก คือ ลูกหลง ทางช่อง 7 ต่อมามีผลงานที่เป็นรู้จักกันมากขึ้นคือละครเรื่อง น้องใหม่ ร้ายบริสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3 โดยรับบทเป็น มะยม หนูนายังเคยเข้าประกวดแข่งขัน KPN Junior Award 2004 ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะโหวดและได้รางวัลหลักสูตร Voice Training ไปครอง นอกจากนี้ยังเคยแสดงละครเวทีของค่าย เอ็กแซ็กท์ ถึงสองเรื่อง ได้แก่ บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล พ.ศ. 2550 โดยรับบทเป็น ริน และ เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา พ.ศ. 2553 โดยรับบทเป็น ใบเตย
เมื่อ พ.ศ. 2550 จากการที่ หนูนา ได้รับบทเป็น ริน ในบัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล ซึ่งแสดงประกบกับ บี้ เดอะสตาร์ ก็สามารถสะกดคนดู ด้วยน้ำเสียงใสราวกับคริสตัล ขนาดซูเปอร์สตาร์อย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ยังเอ่ยปากชมว่า "เสียงดีมาก"
ล่าสุดในปี 2553 หนูนา ชนะเลิศการประกวดในโครงการ “ลักส์ปั้นดาว” เพื่อค้นหานางเอกหน้าใหม่ที่จะได้เล่นหนังรัก โรแมนติก คอมเมดี้ ของค่าย จีทีเอช ทำให้หนูนาได้กลายเป็นนางเอกภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยภาพยนตร์ที่หนูนาแสดงเป็นนางเอกคือเรื่อง กวน มึน โฮ กำกับการแสดงโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน
- ข้อมูลเกี่ยวกับ หนูนา หนึ่งธิดา
- ผลงานภาพยนตร์ กวน มึน โฮ แสดง กับ เต๋อ ฉันทวิชช์
26 สิงหาคม 2553
โน๊ต อุดม แต้พานิช Note Udom Taepanich Thai Star Profile
อุดม แต้พานิช หรือ โน้ส เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2511 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนางทองสุข อารีล้นกับนายสมจิตร์ แต้พานิช มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนกลาง เคยศึกษาที่แผนกวิชาพาณิชยศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง แต่ไม่สำเร็จการศึกษา
อุดมเริ่มงานแรกเป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ทำได้สองเดือนก็ลาออกด้วยเหตุผลที่มันไม่ตรงกับใจเท่าไร เมื่อได้อ่าน ไปยาลใหญ่ ฉบับแรกบนแผงรู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ อยากร่วมงานด้วย ครั้งแรกไปสมัคร TRY OUT เป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ด้วยลูกตื้อและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร จึงได้ร่วมงานกับศิษย์สะดือสมใจ ความรักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เล่น ได้รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลปของไปยาลใหญ่
ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต สังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งนั้น อุดมได้รับอิทธิพลนี้มาและได้มาค้นพบโลกของตัวเองอีกโลกหนึ่งที่นี่ คือโลกของการอ่าน แล้วยังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงใจอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกแจ้งเกิดในสนามไปยาลใหญ่นั่นเอง มี ศุ บุญเลี้ยงเป็น บรรณาธิการ หลังจากงานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า "โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้" ควบคู่ตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ ใครที่เป็นแฟนไปยาลใหญ่คงคุ้นเคยและติดอกติดใจกับเกมส์กวนๆ ในคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’ อุดมเป็นสารภีในช่วงท้ายของหนังสือก่อนที่ไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลง
อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของ เจเอสแอล และเล่นเกมส์รายการจุดเดือด ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานด้วยในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น จึงทำให้อุดมได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่าง เต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาในยุคอดีตนั้นเคยแสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ "หมี ปลื้ม" ที่ใช้ชื่อว่า "ปริศนา อ้วน-ผอม" ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 - 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7 หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก และได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในเมืองไทย นั่นก็คือ การพูดตลกคนเดียวบนเวที ทำให้คนไทย ได้รู้จักคำว่า Stand Up Comedy หรือ ในชื่อไทย เดี่ยวไมโครโฟน เป็นครั้งแรก และเป็นซูปเปอร์สตาร์ ของเมืองไทย
อุดมเริ่มงานแรกเป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ทำได้สองเดือนก็ลาออกด้วยเหตุผลที่มันไม่ตรงกับใจเท่าไร เมื่อได้อ่าน ไปยาลใหญ่ ฉบับแรกบนแผงรู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ อยากร่วมงานด้วย ครั้งแรกไปสมัคร TRY OUT เป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ด้วยลูกตื้อและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร จึงได้ร่วมงานกับศิษย์สะดือสมใจ ความรักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เล่น ได้รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลปของไปยาลใหญ่
ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต สังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งนั้น อุดมได้รับอิทธิพลนี้มาและได้มาค้นพบโลกของตัวเองอีกโลกหนึ่งที่นี่ คือโลกของการอ่าน แล้วยังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงใจอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกแจ้งเกิดในสนามไปยาลใหญ่นั่นเอง มี ศุ บุญเลี้ยงเป็น บรรณาธิการ หลังจากงานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า "โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้" ควบคู่ตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ ใครที่เป็นแฟนไปยาลใหญ่คงคุ้นเคยและติดอกติดใจกับเกมส์กวนๆ ในคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’ อุดมเป็นสารภีในช่วงท้ายของหนังสือก่อนที่ไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลง
อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของ เจเอสแอล และเล่นเกมส์รายการจุดเดือด ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานด้วยในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น จึงทำให้อุดมได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่าง เต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาในยุคอดีตนั้นเคยแสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ "หมี ปลื้ม" ที่ใช้ชื่อว่า "ปริศนา อ้วน-ผอม" ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 - 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7 หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก และได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในเมืองไทย นั่นก็คือ การพูดตลกคนเดียวบนเวที ทำให้คนไทย ได้รู้จักคำว่า Stand Up Comedy หรือ ในชื่อไทย เดี่ยวไมโครโฟน เป็นครั้งแรก และเป็นซูปเปอร์สตาร์ ของเมืองไทย
13 สิงหาคม 2553
เอลเลน เพจ Ellen Page | Ellen Philpotts-Page Hollywood star profile
เอลเลน ฟิลพอตส์-เพจ (อังกฤษ: Ellen Philpotts-Page) เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 เป็นที่รู้จักในชื่อ เอลเลน เพจ (อังกฤษ: Ellen Page) เป็นนักแสดงชาวแคนาดา ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องJuno
เธอเป็นที่รู้จักในบทบาทใน Hard Candy, Smart People, Whip It และบท แคเทอรีน "คิตตี" ไพรด์ ใน X-Men: The Last Stand เธอยังได้รับรางวัลจากประเทศบ้านเกิดในเรื่อง Pit Pony และ Marion Bridge เช่นเดียวกับในรายการโทรทัศน์อย่าง Trailer Park Boys และ ReGenesis
ในปี 2008 เพจได้รับการเสนอชื่อของนิตยสารไทม์ ในหัวข้อ 100 บุคคลที่มีอิทธิพลที่สุด[1] และติดอันดับ 86 ของนิตยสารเอฟเอชเอ็ม ในหัวข้อ ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก[2] ในเดือนมิถุนายน 2008 เธอยังมีชื่ออยู่ในนิตยสารเอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี ในหัวข้อดาราเอ-ลิสต์ ในอนาคต[3]
เพจเกิดและเติบโตในเมืองฮาลิแฟกซ์ , โนวา สกอตเทีย ประเทศแคนาดา เป็นลูกสาวของมาร์ธา ฟิลล์พอตส์ อาชีพครู และเดนนิส เพจ อาชีพกราฟฟิก ดีไซน์เนอร์ เธอเข้าเรียนใน Halifax Grammar School จนถึงเกรด 10 ก่อนที่จะมาเข้าเรียนใน Queen Elizabeth High School และในปี 2005 เธอก็จบการศึกษาจาก Shambhala School
เพจใช้เวลาสองปีในเมืองโตรอนโต , รัฐออนตาริโอ เพื่อศึกษาด้าน Interact Program ใน Vaughan Road Academy ร่วมกับ มาร์ก เรนดัล ( อังกฤษ : Mark Rendall ) นักแสดงชาวแคนาดาและเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
นอกจากนี้แล้ว เพจยังชื่นชอบการเล่นหุ่นตัวต่อและการปีนต้นไม้อีกด้วย
11 สิงหาคม 2553
เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ | pae aruk pae slur star profile
อารักษ์ อมรศุภศิริ (ชื่อเล่น: เป้) เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2527 เป็นนักแสดง นายแบบ และนักดนตรีชาวไทย มีผลงานในวงการบันเทิงครั้งแรก กับการเป็นมือกีตาร์วงสะเลอ หลังจากนั้นมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ บอดี้..ศพ#19 ที่สร้างชื่อเสียง ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2550 จากนั้นแสดงในภาพยนตร์เรื่อง รัก|สาม|เศร้า และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Star Entertainment Awards 2008 สาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ อารักษ์ยังมีผลงานแสดงละครและงานโฆษณาอีกด้วย
ประวัติ
อารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2527 เริ่มเข้าเรียนระดับอนุบาลที่โรงเรียนจันทร์เจ้า ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 จากโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก จากนั้น เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาบริหารธุรกิจ[1] มีผลงานปรากฏต่อสื่อครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 ในฐานะ มือกีตาร์วงสะเลอ ด้วยแนวเพลงสไตล์ร็อก
วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2549 สะเลอออกผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรก boo! [2] วางแผงในสังกัด สมอลล์รูม ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างนับต้งแต่บัดนั้น ต่อมาในปี 2550 เป้ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝัน ประจำปี 2550 โดยนิตยสารคลีโอ ทำให้อยู่ในความสนใจของประชาชนมากขึ้น ทำให้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกตามมาในปีเดียวกัน จากค่ายจีทีเอช ในบท ชลสิทธิ์ หรือ ชลวิศวกร หนุ่มที่มีปัญหาทางใจในภาพยนตร์แนวไซโค-ฮอเรอร์ (จิตวิทยาเกี่ยวกับความสยองขวัญ) บอดี้..ศพ#19 ร่วมกับ กฤตธีรา อินพรวิจิตร อรจิรา แหลมวิไล และ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล กำกับการแสดงโดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา ซึ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2550
ในปี 2551 ช่วงต้นปี วงสะเลอได้รับเชิญจากนอยซ์เดอลุกซ์เรคเคิดส์ ประเทศเยอรมัน ให้ไปแสดงคอนเสิร์ตและนำผลงานไปจำหน่าย ในเวลาต่อมา ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของเป้ เรื่อง รัก/สาม/เศร้า ได้ออกฉาย โดยเป้รับบทเป็น “พายุ” เป็นหนังรักเรื่องราวความรักของของบัณฑิตจบใหม่สามคนจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กำกับโดยต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค จากค่ายจีทีเอช ร่วมแสดงโดย พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ และก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ[3] ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งผลให้อารักษ์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และในปีเดียวกัน อัลบั้มชุดที่สองของวงสะเลอ ในชื่อ Bum [4]ก็ได้วางแผงเช่นกัน[5]
ในปี 2552 อารักษ์มีผลงานภาพยนตร์เรื่องที่สามตามมา นั่นคือ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว คู่กับ ญารินดา บุนนาค และมีผลงานละครโทรทัศน์เรื่องแรก คือ แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา ผลงานของ บริษัทโพลีพลัส โดยรับบทเป็น คุณหนูชาย ประกบคู่กับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ทางช่อง 7 สี ซึ่งได้กระแสตอบรับดี[6]
อารักษ์ ยังคงเป็นมือกีตาร์วงสะเลอ ถ่ายแบบโฆษณา ภาพนิ่ง เปิดตัวสินค้าต่างๆ รวมทั้งมีผลงานการแสดงตามมาต่อเนื่อง ที่กำลังจะเข้าฉาย คือภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ จากค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นเรื่อง เฉือน ร่วมกับ ฉัตรชัย เปล่งพานิช กำกับการแสดงโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง และ ก้องเกียรติ โขมศิริ นอกจากนี้ ยังดูแลธุรกิจเสื้อผ้าร้านชื่อ "เพเพอร์ คัตส์ แอนด์ เดอะ เพนซิล ชาร์ปเพนเนอร์"สยามสแควร์ซอย 3 ใต้โรงภาพยนตร์ลิโด้
02 สิงหาคม 2553
หม่ำ จ๊กมก | mam jok mok thai star profile
หม่ำ จ๊กมก มีชื่อจริงว่า เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา เป็นนักแสดงตลกชื่อดังจากแก๊งสามช่า และเป็นผู้กำกับภาพยนตร์
หม่ำ จ๊กมก เกิดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2508 เป็นชาวจังหวัดยโสธร มีพี่น้อง 7 คน เป็นคนกลาง มีน้องสาวที่เล่นตลกคือแวว จ๊กมก ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16-17 ปี เคยเล่นตลกอยู่คณะของ เทพ โพธิ์งาม
ในปี พ.ศ. 2535 ได้มีชื่อเสียงในรายการชิงร้อยชิงล้านจากการชักชวนของคุณปัญญา นิรันดร์กุล โดยเป็นตัวปริศนาในเกมชิงบ๊วยและได้รับความนิยมจนมีชื่อเสียง และมีผลงานพิธีกรรายการเกมโชว์ต่างๆ เช่นเวทีทอง เคยมีผลงานเพลงแนวลูกทุ่งหมอลำมาแล้วด้วยโดยเพลงดังคือเพลง เฮดจังได๋ และเคยตั้งตลกคณะหม่ำ จ๊กมก มีลูกทีมอาทิ เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ชะชะช่า , จาตุรงค์ มกจ๊ก , เป๋อ จ๊กมก
ปัจจุบัน หม่ำ จ๊กมก ได้เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ โดยมีภาพยนตร์เรื่องแรกคือบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม และ แหยม ยโสธร ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท เป็นเจ้าของบริษัท บั้งไฟฟิล์ม จำกัด ผลิตภาพยนตร์ และบริษัท บั้งไฟสตูดิโอ จำกัด ผลิตรายการโทรทัศน์คือ รายการบิ๊กหม่ำ และละคร แฟกทอรี่ที่รัก แต่ยังคงรับงานแสดงอยู่ และยังทำธุรกิจร้านอาหาร โรงลาบยโสธร ติดห้างเดอะมอลล์ บางแค อีกด้วย
หม่ำเรียน กศน.จบชั้น ม.6 พร้อมกับ ธีรเทพ วิโนทัย ที่เรียนสถาบันเดียวกัน และได้ปริญญาโท มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง และขณะนี้กำลังศึกษาในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ในด้านชีวิตครอบครัว หม่ำสมรสกับ "มด" เอ็นดู วงษ์คำเหลา หลังใช้ชีวิตคู่มาถึง 22 ปี และมีบุตรด้วยกันสองคนคือ "เอ็ม" นางสาวบุษราคัม วงษ์คำเหลา และ "มิกซ์" นายเพทาย วงษ์คำเหลา โดยขณะนี้ทั้งคู่ กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศแคนาดา
30 กรกฎาคม 2553
ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ | poy tri chada star profile
ศักดิ์นรินทร์ มาลยาภรณ์ หรือ ตรีชฎา มาลยาภรณ์ หรือ ตรีชฎา เพชรรัตน์ (ปอย) เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2528 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนที่จังหวัดพังงา แต่ไปเติบโตที่จังหวัดภูเก็ต รู้ตัวว่าชอบเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุได้ 4 ปี แอบหยิบกระโปรงของลูกเพื่อนแม่มาใส่ จนโดนแม่ตี พร้อมทั้งพยายามบังคับเล่นให้กีฬา ทั้งเตะฟุตบอล ซื้อหุ่นยนต์ให้เล่น เพราะกลัวลูกชายจะผิดเพศ แต่ปอยกลับซ่อนตุ๊กตาบาร์บี้ไว้ในห้องนอน ซึ่งปิดบังได้ไม่นาน แม่และครอบครัวก็ทราบว่าปอยมีจิตใจเป็นหญิง แต่ทุกคนทำใจยอมรับได้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขณะอายุ 18 ปี จึงผ่าตัดแปลงเพศ พร้อมทั้งเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาประกวดมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ประจำปี พ.ศ. 2547 และได้รับตำแหน่งชนะเลิศ เป็นผู้แทนประเทศไทย ไปประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน (นางงามจักรวาลสำหรับสาวประเภทสอง) จนได้รับตำแหน่งชนะเลิศการประกวด จึงเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีผลงานถ่ายแบบ การแสดงภาพยนตร์ ละคร และมิวสิกวิดีโอมากมาย
ผลงานภาพยนตร์
- จ๊ะเอ๋ โกยแล้วจ้า(2009) ...ปอย
- With Love…ด้วยรัก(2010) ...สายฟ้า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




