ดีวีดีภาพยนตร์ สะบายดี หลวงพะบาง ออกวางขายเมื่อ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551 จัดจำหน่ายโดยโรส มีเดีย มีจำนวน 1 แผ่น ระบบภาพเป็น Widescreen Anamorphic 2.35.1 ซึ่งเป็นอัตราส่วนเหมือนอย่างฉายในโรงภาพยนตร์ (มีคำเตือนขึ้น) ส่วนระบบเสียงภาษาไทย 2 ระบบ คือ Dolby Digital 5.1 และ Dolby Digital 2.0 มีคำบรรยายภาษาไทย ในแผ่นยังมีเบื้องหลัง เทรลเลอร์หนัง ส่วนที่ถูกตัดออกไป ข่าว[6]
DVD แผ่นแท้ ลิขสิทธิ์ถูกต้อง ค่าส่งในประเทศ 40 บาทต่อครั้ง | สั่งซื้อ สอบถาม ไลน์ : suriyaLive
29 สิงหาคม 2553
สะบายดี หลวงพระบาง Good Morning Luang Prabang Movie Information
สะบายดี หลวงพะบาง เป็นภาพยนตร์ร่วมทุนเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ถือเป็นหนังเอกชนเรื่องแรกของวงการภาพยนตร์ลาวในรอบ 33 ปี กำกับโดย ศักดิ์ชาย ดีนาน และอนุสอน สิริสักดา จัดทำโดยบริษัท สปาต้า ครีเอทีฟ และบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ บริษัท ลาวอาร์ต มีเดีย[1] นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนร่วมในการลงทุนสร้างด้วย และนางเอก ชาวลาว อาลี่ คำลี่ พิลาวง ออกฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2551[2]ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในเวียงจันทน์ หลวงพระบาง และจำปาสัก[3]ใช้เวลาถ่ายทำ 13 วัน ทำรายได้ในสัปดาห์แรกที่ 5.4 ล้านบาท[4]ทำรายได้รวม 11 ล้านบาท[5]
เรื่องย่อ
สอน (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ช่างภาพที่ถูกส่งตัวไปถ่ายรูปที่ประเทศลาว แบบไม่เต็มใจนัก ถึงแม้ว่าสอนจะมีเชื้อสายลาวอยู่แต่ไม่มีข้อมูลและไม่เคยไปประเทศลาวเลยสักครั้ง จนมาถึงเมืองปากเซ เขาจ้างไกด์ที่ชื่อ น้อย (คำลี่ พิลาวง) พาเดินทางถ่ายรูปในแถบลาวใต้ ไปน้ำตกหลี่ผี,คอนพะเพ็ง และ สี่พันดอน แต่เนื่องจากน้อย เพิ่งทำงานครั้งแรกจึงพาหลงไปตลอดทาง และสอนจำใจไปบ้านเก่าของพ่อตามที่เคยสั่งไว้ เมื่อถึงสอนพบกับญาติที่ห่างไปหลายสิบปีแต่ต่างจำเขาได้และได้รับการต้อนรับอย่างดี จนสอนเปลี่ยนความคิดว่าลาวก็คือบ้านหนึ่งของเขา
สอนชอบพอกับน้อย แต่น้อยก็เริ่มเป็นฝ่ายถอยและหลบหน้าเพราะกลัวสนิทสนมกันเกินไป สอนต้องพิสูจน์ให้น้อยเห็นว่าเขาไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่สร้างความรักแบบชั่วคราว
28 สิงหาคม 2553
หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ
หนึ่งธิดา โสภณ (ชื่อเล่น หนูนา) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 สูง 160 ซม. หนัก 44 ก.ก. เป็นนักแสดงชาวไทย จบการศึกษาระดับประภมศึกษาจากโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีวิทยา แผนภาษาอังกฤษ - จีน มีผลงานละครเรื่องแรก คือ ลูกหลง ทางช่อง 7 ต่อมามีผลงานที่เป็นรู้จักกันมากขึ้นคือละครเรื่อง น้องใหม่ ร้ายบริสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3 โดยรับบทเป็น มะยม หนูนายังเคยเข้าประกวดแข่งขัน KPN Junior Award 2004 ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะโหวดและได้รางวัลหลักสูตร Voice Training ไปครอง นอกจากนี้ยังเคยแสดงละครเวทีของค่าย เอ็กแซ็กท์ ถึงสองเรื่อง ได้แก่ บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล พ.ศ. 2550 โดยรับบทเป็น ริน และ เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา พ.ศ. 2553 โดยรับบทเป็น ใบเตย
เมื่อ พ.ศ. 2550 จากการที่ หนูนา ได้รับบทเป็น ริน ในบัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล ซึ่งแสดงประกบกับ บี้ เดอะสตาร์ ก็สามารถสะกดคนดู ด้วยน้ำเสียงใสราวกับคริสตัล ขนาดซูเปอร์สตาร์อย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ยังเอ่ยปากชมว่า "เสียงดีมาก"
ล่าสุดในปี 2553 หนูนา ชนะเลิศการประกวดในโครงการ “ลักส์ปั้นดาว” เพื่อค้นหานางเอกหน้าใหม่ที่จะได้เล่นหนังรัก โรแมนติก คอมเมดี้ ของค่าย จีทีเอช ทำให้หนูนาได้กลายเป็นนางเอกภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยภาพยนตร์ที่หนูนาแสดงเป็นนางเอกคือเรื่อง กวน มึน โฮ กำกับการแสดงโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน
- ข้อมูลเกี่ยวกับ หนูนา หนึ่งธิดา
- ผลงานภาพยนตร์ กวน มึน โฮ แสดง กับ เต๋อ ฉันทวิชช์
กวน มึน โฮ Hello Stranger Movie information
กวน มึน โฮ (อังกฤษ: Hello Stranger) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล ได้รับการจัดอันดับ "น 15+" (ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป)[1] นำแสดงโดย ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และหนึ่งธิดา โสภณ ภาพยนตร์เป็นผลงานกำกับในแนวหนังรักเรื่องแรกของบรรจง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน[2]
กวน มึน โฮ นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาวชาวไทยที่ไปเที่ยวประเทศเกาหลี แล้วพบกันโดยบังเอิญ ทั้งสองตกลงที่จะไม่บอกชื่อแก่กัน และออกเที่ยวเกาหลีด้วยกัน ใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศเกาหลีในหลากหลายฉากที่เกี่ยวข้องกับละครซีรีส์เกาหลีที่ฉายในประเทศไทย
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวในวันแรกทำรายได้กว่า 7.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในปี พ.ศ. 2553[3] ทำรายได้ใน 4 วันแรกที่ 40 ล้านบาท เปิดตัวใน 4 วันแรกน้อยกว่าภาพยนตร์ในปีที่แล้วของจีทีเอชอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ และ 5 แพร่ง ที่ทำได้ 57 และ 51 ล้านบาทใน 4 วันแรกตามลำดับ และรายได้ 7 วัน 70 ล้านบาท[4]
ด้านกิจกรรม ทางค่ายหนังได้จัด กิจกรรม " กวน จน ดัง หวัง 100 ล้าน " โดยมีนักแสดง ผู้กำกับ และ วงดนตรี ทเวนตีไฟฟ์อาวส์ ไปร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ " ยินดีที่ไม่รู้จัก "
26 สิงหาคม 2553
โน๊ต อุดม แต้พานิช Note Udom Taepanich Thai Star Profile
อุดม แต้พานิช หรือ โน้ส เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2511 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนางทองสุข อารีล้นกับนายสมจิตร์ แต้พานิช มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนกลาง เคยศึกษาที่แผนกวิชาพาณิชยศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง แต่ไม่สำเร็จการศึกษา
อุดมเริ่มงานแรกเป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ทำได้สองเดือนก็ลาออกด้วยเหตุผลที่มันไม่ตรงกับใจเท่าไร เมื่อได้อ่าน ไปยาลใหญ่ ฉบับแรกบนแผงรู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ อยากร่วมงานด้วย ครั้งแรกไปสมัคร TRY OUT เป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ด้วยลูกตื้อและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร จึงได้ร่วมงานกับศิษย์สะดือสมใจ ความรักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เล่น ได้รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลปของไปยาลใหญ่
ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต สังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งนั้น อุดมได้รับอิทธิพลนี้มาและได้มาค้นพบโลกของตัวเองอีกโลกหนึ่งที่นี่ คือโลกของการอ่าน แล้วยังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงใจอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกแจ้งเกิดในสนามไปยาลใหญ่นั่นเอง มี ศุ บุญเลี้ยงเป็น บรรณาธิการ หลังจากงานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า "โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้" ควบคู่ตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ ใครที่เป็นแฟนไปยาลใหญ่คงคุ้นเคยและติดอกติดใจกับเกมส์กวนๆ ในคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’ อุดมเป็นสารภีในช่วงท้ายของหนังสือก่อนที่ไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลง
อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของ เจเอสแอล และเล่นเกมส์รายการจุดเดือด ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานด้วยในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น จึงทำให้อุดมได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่าง เต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาในยุคอดีตนั้นเคยแสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ "หมี ปลื้ม" ที่ใช้ชื่อว่า "ปริศนา อ้วน-ผอม" ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 - 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7 หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก และได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในเมืองไทย นั่นก็คือ การพูดตลกคนเดียวบนเวที ทำให้คนไทย ได้รู้จักคำว่า Stand Up Comedy หรือ ในชื่อไทย เดี่ยวไมโครโฟน เป็นครั้งแรก และเป็นซูปเปอร์สตาร์ ของเมืองไทย
อุดมเริ่มงานแรกเป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ทำได้สองเดือนก็ลาออกด้วยเหตุผลที่มันไม่ตรงกับใจเท่าไร เมื่อได้อ่าน ไปยาลใหญ่ ฉบับแรกบนแผงรู้สึกถูกใจในบุคลิกของหนังสือ อยากร่วมงานด้วย ครั้งแรกไปสมัคร TRY OUT เป็นนักแสดงละครของศิษย์สะดือ ด้วยลูกตื้อและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร จึงได้ร่วมงานกับศิษย์สะดือสมใจ ความรักของมาลัยในห้องไอซียู เป็นละครเรื่องแรกที่เล่น ได้รับบทเป็นคนแก่ในโรงพยาบาล จบจากละครก็ก้าวเข้าสู่ถนนหนังสือ ในตำแหน่งฝ่ายศิลปของไปยาลใหญ่
ที่ไปยาลใหญ่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต สังคมในไปยาลใหญ่ล้วนเป็นนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งนั้น อุดมได้รับอิทธิพลนี้มาและได้มาค้นพบโลกของตัวเองอีกโลกหนึ่งที่นี่ คือโลกของการอ่าน แล้วยังค้นพบความสามารถในการเขียนหนังสือ เมื่ออุดมอ่านหนังสือมากๆ จึงเกิดแรงใจอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น งานเขียนเรื่องแรกแจ้งเกิดในสนามไปยาลใหญ่นั่นเอง มี ศุ บุญเลี้ยงเป็น บรรณาธิการ หลังจากงานได้ตีพิมพ์ อุดม เริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ โดยใช้นามปากกาว่า "โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้" ควบคู่ตำแหน่งฝ่ายศิลปของหนังสือ ใครที่เป็นแฟนไปยาลใหญ่คงคุ้นเคยและติดอกติดใจกับเกมส์กวนๆ ในคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’ อุดมเป็นสารภีในช่วงท้ายของหนังสือก่อนที่ไปยาลใหญ่จะปิดตัวเองลง
อุดมพาความสามารถเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงโดยเริ่มจากเป็นตัวประกอบในรายการวิก 07 ของ เจเอสแอล และเล่นเกมส์รายการจุดเดือด ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาจึงชักชวนมาร่วมงานด้วยในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ซึ่งเป็นรายการ Comedian Show ที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในยุคนั้น จึงทำให้อุดมได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่าง เต็มตัวในชื่อ เสนาฯ โน้ต และต่อมาในยุคอดีตนั้นเคยแสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับคุณศุภกร อุดมชัย หรือ "หมี ปลื้ม" ที่ใช้ชื่อว่า "ปริศนา อ้วน-ผอม" ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 - 29 มกราคม 2535 ทางช่อง 7 หลังจากความสำเร็จในครั้งแรก อุดม แต้พานิช ได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากรายการยุทธการขยับเหงือก และได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในเมืองไทย นั่นก็คือ การพูดตลกคนเดียวบนเวที ทำให้คนไทย ได้รู้จักคำว่า Stand Up Comedy หรือ ในชื่อไทย เดี่ยวไมโครโฟน เป็นครั้งแรก และเป็นซูปเปอร์สตาร์ ของเมืองไทย
24 สิงหาคม 2553
23 สิงหาคม 2553
15 สิงหาคม 2553
14 สิงหาคม 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



